December 19th, 2006
เรื่อง มาตรการดำรงเงินสำรองเงินนำเข้าระยะสั้นนางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แถลงว่า ตามที่ ธปท. ได้ออก มาตรการดูแลเงินทุนนำเข้าระยะสั้นมาเป็นลำดับ เพื่อป้องกันการเก็งกำไรค่าเงินบาท และดูแลเงินบาท ไม่ให้ผันผวนเกินกว่าพื้นฐานเศรษฐกิจของประเทศ นั้นในช่วงที่ผ่านมา พบว่ายังคงมีเงินทุนนำเข้าระยะสั้นเพื่อเก็งกำไรในค่าเงินบาทในรูปแบบต่าง ๆ ทำให้ค่าเงินบาทยังคงผันผวนและแข็งค่าขึ้นเกินกว่าพื้นฐานเศรษฐกิจของประเทศ จึงเห็นควรมีมาตรการ เพิ่มเติมโดยกำหนดให้สถาบันการเงินที่รับซื้อหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเป็นเงินบาท ต้องกันเงินสำรองเป็นเงินตราต่างประเทศไว้จำนวนร้อยละ 30 ของเงินตราต่างประเทศดังกล่าว ส่วนที่เหลือร้อยละ 70 ให้รับซื้อหรือแลกเปลี่ยนเป็นเงินบาทให้แก่ลูกค้า ยกเว้นเงินตราต่างประเทศที่รับซื้อ หรือแลกเปลี่ยนเป็น เงินบาทที่ได้รับจากค่าสินค้า บริการ หรือเงินที่บุคคลหรือนิติบุคคลไทยได้รับคืนจากการลงทุนในต่างประเทศ ไม่ต้องกันเงินไว้ตามมาตรการนี้ โดยมีรายละเอียดและวิธีปฏิบัติดังนี้ Read the rest of this entry »
Posted in
General |
No Comments »
September 21st, 2006
เพื่อนๆ หลายท่านอาจจะมีคำถามว่าภายใต้สถานการณ์เช่นนี้เราควรทำอย่างไร หลายท่านอาจจะเคยผ่านสถานการณ์เลวร้ายมาแล้ว เช่น ช่วงไข้หวัดนก 911 วิกฤติเศรษฐกิจ หรือย้อนหลังไปถึงพฤษภาทมิฬ อิรักบุกคูเวต หรือกระทั่ง Black Monday แต่สำหรับบางท่านอาจจะเป็นครั้งแรกๆ ที่เจอสถานการณ์เช่นนี้
ผมคงจะงดการให้ความเห็นเกี่ยวกับการเมืองในช่วงนี้นะครับ จึงขอให้ความเห็นเฉพาะเกี่ยวกับการลงทุนเท่านั้นครับ
Read the rest of this entry »
Posted in
General |
No Comments »
June 21st, 2006
เรื่องการประเมินราคาที่เหมาะสมของหุ้นนั้นผมคิดว่าเป็นสิ่งที่ยาก และราคาที่เหมาะสมของหุ้นนั้นสามารถเปลี่ยนแปลงได้เรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไป และสถานการณ์ต่างๆ เปลี่ยนไป ยกตัวอย่างเช่น หุ้นตัวหนึ่งมี eps 1 บาท และมี p/e ที่เหมาะสมคือ 15 เท่า ในปีนี้ราคาที่เหมาะสมคือ 15 บาท แต่หุ้นตัวนี้มีการเติบโตเฉลี่ยปีละ 20% ราคาที่เหมาะสมในปีหน้าก็จะเพิ่มเป็น 1.2*15 คือ 18 บาท
นอกจากนี้ สิ่งที่ทำให้ราคาเหมาะสมอาจจะเปลี่ยนแปลงคือ สภาพแวดล้อมต่างๆ รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงในตัวบริษัทเองที่อาจจะทำให้การเพิ่มขึ้นของกำไร เพิ่มขึ้นหรือน้อยลง กว่าที่คาดไว้ ซึ่งการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของกำไรที่คาดหวัง จะมีส่วนทำให้ p/e ของหุ้นต่ำลงหรือสูงขึ้นด้วย ดังนั้นหาก eps growth ลด ก็ทำให้ eps ในปีต่อไปลดจากที่คาดไว้ และ p/e ที่เหมาะสมหรือ p/e ที่ตลาดจะให้กับหุ้นตัวนั้นๆ ลดลงด้วย เป็น 2 เด้ง ในทางกลับกันก็เช่นกัน ดังนั้นเราอาจจะเห็นว่าตลาด เปลี่ยนแปลงราคาที่เหมาะสมสำหรับหุ้นตัวนั้นได้เร็วและรุนแรงพอสมควรครับ เช่น หุ้น MINT เคยได้ p/e 10-15 เท่า เพราะตลาดคาดว่าหุ้นตัวนี้จะโตได้ปีละ 10-15% แต่เมื่อ mint สามารถเติบโตในปีก่อนได้เ 40% ก็กลายเป็นว่าตลาดก็ให้ p/e ของmint สูงถึง 20-25 เท่า ดังนั้น หากเรายึดติดกับว่า mint ไม่ควรมี p/e เกิน 15 เท่าก็กลายเป็นว่าอาจจะขายหุ้น mint ก่อนเวลาอันควรก็เป็นได้
Read the rest of this entry »
Posted in
General |
No Comments »
April 2nd, 2006
ผมดึงนำคำถามที่น่าสนใจจากเพื่อนๆ ที่ e-mail ถามผมมานะครับ โดยเลือกคำถามที่เป็นคำถามที่เป็นความรู้เรื่องลงทุนเพื่อจะได้เป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ใน web นะครับ ส่วน mail ที่เพื่อนๆ ถามมานั้นผมยังตอบไม่หมดและจะทยอยๆ ตอบอยู่นะครับ ส่วน mail ไหนที่ผมไม่ได้ตอบใน 20 วันช่วยรบกวนส่งมาซ้ำหน่อยนะครับเพราะบางทีสำหรับเพื่อนๆ ที่ไม่ได้ mail มาก่อน mail อาจจะไปอยู่ในส่วนของ junk mail ซึ่งหากผมเปิดดูไม่ทันจะถูกลบไป ยังไงหากส่ง mail อยากให้ save คำถามเก็บไว้เผื่อว่าถ้าต้องส่งใหม่จะได้ไม่ต้องพิมพ์ใหม่นะครับ ขอบคุณมากครับ
Read the rest of this entry »
Posted in
General |
No Comments »
March 20th, 2006
ราคาพาร์ไม่ได้มีผลอะไรครับ เป็นแค่ตัวบอกว่าวันตั้งบริษัทผู้ก่อตั้งลงเงินหุ้นละกี่บาท แม้ว่าบางตัวหุ้นมันต่ำกว่าพาร์มากๆ ก็ไม่ใช่ว่าจะน่าสนใจ หรือหุ้นบางตัวสูงกว่าพาร์มากๆ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องแพง ยกตัวอย่าง คน 2 คน คนแรกเกิดในครอบครัวฐานะยากจน แต่ตั้งใจศึกษาจนมีการศึกษาสูง มีความขยัน มีคุณธรรม เปิดบริษัทกิจการ ปัจจุบันมีเงิน 100 ล้าน ก็เหมือนกับหุ้นพาร์ 1 แต่ราคาหุ้น 100 บาท อีกคนเกิดในตระกูลร่ำรวย มีเงิน 100 ล้าน โตขึ้นรับมรดกจากที่บ้านมา แต่ขี้เกียจ และเข้าหาอบายมุข เช่น การพนัน ปัจจุบันแทบจะไม่มีเงิน ก็เหมือนหุ้นพาร์ 10 แต่เหลือ 50 สตางค์ คนแรกที่มีเงิน 100 ล้านก็อาจจะเพิ่มขึ้นไปอีกก็ได้ แต่คนที่ติดการพนันและขี้เกียจ ก็ใช่ว่าจะกลับมามีเงิน 100 ล้านได้ง่ายๆ ดังนั้น การจะไปดูว่าราคาพาร์มีเท่าไหร่ก็เหมือนกับไปดูว่าตอนเกิดแต่ละคนมีเงินเท่าไหร่ ก็อาจจะเหมือนกับในสามก๊กอ้วนเสี้ยวที่ดูชาติตระกูลขุนศึกเป็นสำคัญ แต่ขณะที่โจโฉดูความสามารถเป็นสำคัญ ตอนที่กวนอูอาสาไปสู้กับฮัวหยง อ้วนเสี้ยวกับโกรธที่กวนอูไม่มีชื่อเสียงเรียงนามและสั่งคนให้เอากวนอูไปตัดหัว แต่โจโฉกลับให้โอกาสและท้ายสุดกวนอูก็ไปรบแล้วชนะครับ
Posted in
General |
No Comments »